ประชาชนของพื้นที่ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด ในวิถีชีวิตปัจจุบันที่มีการแข่งขันทางผลผลิตการเกษตรเพื่อการนำมาซึ่งผลกำไรให้มากที่สุด เกษตรกรจึงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการเกษตรอย่างแพร่หลายมากขึ้น สาเหตุสำคัญประการหนึ่งอาจมาจากการโฆษณาชวนเชื่อของสื่อต่างๆ ที่กล่าวถึงเฉพาะประโยชน์ทางการเกษตร แต่กลับไม่กล่าวถึงโทษของการใช้ต่อร่างกายคน เป็นผลให้เกษตรกรมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างสะสมในร่างกายได้ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้มีทั้งกลุ่มที่ทำให้เกิดพิษต่อร่างกายทันที ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดศีรษะ วิงเวียน หน้ามืดตาลาย ปวดแน่นท้อง หรือในรายที่มีอาการรุนแรง อาจชัก ตับวาย หัวใจวายจนถึงกับตายได้ในที่สุด และกลุ่มของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ก่อพิษเรื้อรังซึ่งจะสะสมและทำอันตรายต่อตับ ไต กดภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนกับผู้ป่วยได้ง่าย ผลจากการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในเกษตรกรในปีที่ผ่านมา พบว่ามีความเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างในร่างกายอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง โดยเกษตรกรในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเดื่อ ที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี จำนวน 232 คน มีผลตรวจหาสารโคลีนเอสเตอเรสตกค้างในเลือดในระดับ ปกติ 94 คน ปลอดภัย 98 คน เสี่ยง 26 คน ไม่ปลอดภัย 14 คน และมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรคจากภาวะเกี่ยวกับการทำงาน จำนวน 12 คน ซึ่งเกษตรกรเปรียบเป็นกระดูกสันหลังของชาติ และในสังคมชนบทอาชีพเกษตรกรเป็นกำลังหลักที่สำคัญของครอบครัว หากได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสะสมในร่างกายจนเกิดอันตรายต่อร่างกายและชีวิตด้วยแล้ว บุคคลในครอบครัวก็ต้องรับภาระในการดูแลความเจ็บป่วยนั้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและฟื้นฟู ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศต่อไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันและลดอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเดื่อ จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 ขึ้น
