พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี มีความสัมพันธ์กัน จากองค์ความรู้ที่สำคัญ คือ “การติดพยาธิใบไม้ตับนั้นทำให้เกิดการอักเสบแบบเรื้อรังเป็นเวลานานในท่อน้ำดี โดยองค์การอนามัยโลกได้จัดให้พยาธิใบไม้ตับชนิด Opisthorchis viverrini ที่พบในประเทศไทยเป็นสารก่อมะเร็งชีวภาพกลุ่มที่ 1 ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ที่มีวัฒนธรรมการกินปลาเมนูปรุงดิบ ที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งทำให้มีโอกาสติดพยาธิใบไม้ตับได้ มีคนเป็นโฮสต์ สุนัขหรือ แมว เป็นโฮสต์กักตุนโรค ที่ส่งผ่านโรคสู่คนได้ จากสถิติพบว่า ในปี 2566 -2568 พบผลตรวจ Ultrasound ผิดปกติ จำนวน 18 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.66 จำนวน 41 ราย คิดเป็นร้อยละ 40.10 จำนวน 110 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.67 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาในระดับหมู่บ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราความชุกของโรคสูงที่สุด จากการประมาณการพบประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ 6 ล้านคน จากประชาชนประมาณ 10 ล้านคนหรือนับเป็นหนึ่งในสาม ส่วนใหญ่อายุ 40-50 ปี เสียชีวิตปีละมากกว่า 1 หมื่นคน สาเหตุสำคัญมาจากการกินปลาดิบ และผู้ที่ติดพยาธิใบไม้ตับมากกว่า 10 ปีจะมีโอกาสเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หรือประมาณร้อยละ 10-15 ของมะเร็งทั้งหมด ผลการดำเนินงานระยะ 3 ปีแรก พ.ศ.2559-2561 พบว่า ปลาติดพยาธิใบไม้ตับลดลงจากร้อยละ 70 เหลือเพียงร้อยละ 14 - 10 ประชาชนติดพยาธิใบไม้ตับลดลงร้อยละ 8.1 จากเดิมร้อยละ 17 ต่อปี สามารถคัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั้งพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีมากกว่า 913,133 ราย และพบผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มแรกเข้าสู่กระบวนการรักษาและมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง มีชีวิตรอดมากกว่า 1,000 รายของประชากรในประเทศ ถือว่าเป็นโรคที่รุนแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจสังคม คุณภาพชีวิต ของคนในสังคมเป็นอย่างมาก กระทรวงสาธารณสุขได้มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ปี 2559 – 2561
สถาณการณ์ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย พบว่าประชาชนบางกลุ่มยังมีพฤติกรรมรับประทานปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดสุกๆดิบๆ หรือปลาร้าไม่ต้มสุก ผลการตรวจอุจจาระ ปี 2566 ส่งตรวจอุจจาระจำนวน 50 ราย ตรวจพบเชื้อพยาธิใบไม้ตับ จำนวน 2 ราย ปี 2567 ส่งตรวจอุจจาระจำนวน 50 รายตรวจไม่พบเชื้อพยาธิใบไม้ตับ คิดเป็นร้อยละ 0 และปี 2568 ส่งตรวจอุจจาระจำนวน 50 รายตรวจไม่พบเชื้อพยาธิใบไม้ตับ คิดเป็นร้อยละ 0 กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อค้นหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ปี 2566 จำนวน 100 ราย ผลผิดปกติที่ต้องส่งต่อ จำนวน 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.01 ปี 2567 จำนวน 100 ราย ผลผิดปกติที่ต้องส่งต่อ จำนวน 0 ราย คิดเป็นร้อยละ 0 และปี 2568 จำนวน 120 ราย ผลผิดปกติที่ต้องส่งต่อ จำนวน 0 ราย
ดังนั้น เทศบาลตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการรณรงค์คัดกรองโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี ประจำปี 2569 ขึ้น เพื่อตรวจหาสภาวะโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อสร้างความตระหนักในการป้องกันและควบคุมโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดี อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชนต่อไป
